

การเปลี่ยนธุรกิจเจ้าของคนเดียวสู่ทีมบริหารแบบมืออาชีพคือเส้นทางแห่งการเติบโตของ SME เพื่อให้เจ้าของต้องเปลี่ยนบทบาทจากคนทำงาน สู่ ผู้บริหาร แบบเต็มตัว
ธุรกิจครอบครัว หรือเจ้าของกิจการรุ่นใหม่จำนวนมากมักเน้นการบริหารจัดการโดยเจ้าของคนเดียวเบ็ดเสร็จ นั่นหมายถึงเจ้าของต้องทำงานหนัก แต่ธุรกิจกลับไม่เติบโตอย่างที่คาดหวัง การเปลี่ยนธุรกิจเจ้าของคนเดียวสู่ทีมบริหารแบบมืออาชีพจึงเป็นเส้นทางแห่งการเติบโตของ SME ที่ควรทำ เพื่อให้เจ้าของต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “คนทำงาน” สู่ “ผู้บริหาร” แบบเต็มตัว พร้อมเพิ่มศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และการพัฒนาของธุรกิจให้ดีขึ้นกว่าเดิม
มีหลายปัจจัยที่บอกว่าเมื่อตัดสินใจทำธุรกิจหรือเป็นทายาทธุรกิจ SME แบบครอบครัว ควรเปลี่ยนธุรกิจเจ้าของคนเดียวสู่ทีมบริหารเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้
1. ความเหนื่อยล้าของการทำงาน
เมื่อเจ้าของต้องรับบทบาทเป็นคนทำงานหลัก ความเหนื่อยล้าย่อมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งลูกค้าเยอะก็เท่ากับความหนักหน่วงของงานเพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมว่าเรื่องของอายุก็เป็นปัจจัยที่อาจทำงานช้าลงในอนาคตหรือกรณีที่มีปัญหาด้านอื่นธุรกิจก็ไม่สามารถเดินต่อได้
2. เสียโอกาสในการขยายธุรกิจ
การที่เจ้าของวุ่นวายอยู่กับงานในธุรกิจของตนเอง นั่นเท่ากับเสียเวลาที่จะหาแนวคิด เพิ่มไอเดีย หรือติดต่อลูกค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากในหลายจังหวะเวลาที่เหมาะสมแต่ต้องพลาดไป
3. ทีมงานไม่เติบโต ขาดความยืดหยุ่น
เมื่อคุณยังต้องทำงานด้วยตนเองนั่นหมายถึงทีมงาน พนักงานทุกคนต้องคอยรอคำสั่งจากเจ้าของ ขาดโอกาสแห่งการเติบโต ธุรกิจไม่มีความยืดหยุ่น การขยายตัวเป็นเรื่องยาก ท้ายที่สุดพนักงานมีแนวโน้มลาออกสูง

จริงๆ แล้วการเปลี่ยนธุรกิจเจ้าของคนเดียวสู่ทีมบริหารไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว หรือยากเกินไป หากมีแนวทางที่ชัดเจนและเริ่มต้นทำทันที
1. แบ่งฝ่ายและแยกหน้าที่พนักงาน
มีการแบ่งฝ่ายต่าง ๆ ออกแบบชัดเจน เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายขนส่ง ฝ่ายจัดซื้อ เพื่อให้ทุกคนรู้หน้าที่แบบชัดเจนของตนเอง และทำงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
2. กำหนด SOP ของแต่ละตำแหน่งชัดเจน
การเขียน SOP เปรียบได้กับแนวทางที่ธุรกิจวางเอาไว้ ไม่ว่าใครจะเข้ามาทำงานใหม่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อจากคนเก่าได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้งาน และยังช่วยสร้างมาตรฐานการทำงานที่ดีให้กับธุรกิจได้อีกด้วย
3. กำหนดหัวหน้าหรือผู้จัดการฝ่าย
นอกจากแบ่งฝ่ายแล้วยังต้องมีหัวหน้าหรือผู้จัดการฝ่ายเพื่อควบคุมดูแลการทำงานให้ออกมาตรงกับสิ่งที่ธุรกิจคาดหวังมากที่สุด เพื่อการก้าวสู่ทีมบริหารมืออาชีพแบบเต็มตัว และยังช่วยลดภาระการทำงานของเจ้าของ มีเวลาเพื่อคิด วางแผน หรือมองหาลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
4. มีระบบ KPI และ Dashboard ควบคุมคุณภาพงาน
อีกแนวทางที่จะช่วยเปลี่ยนธุรกิจเจ้าของคนเดียวสู่ทีมบริหารที่มีศักยภาพควรนำระบบ KPI และ การนำ Dashboard เข้ามาช่วยควบคุมและประเมินคุณภาพของงาน มองเห็นตัวเลขและสถิติต่าง ๆ เพื่อปรับโครงสร้างหรือวางแผนในอนาคตได้ง่ายขึ้น
เจ้าของ SME ที่ยังตอบลูกค้าเอง คุมของ ดูบัญชีตรวจงานเอง โอกาสเติบโตจะยากมาก เพราะตัวเองกลายเป็น “ระบบปฏิบัติการของบริษัท” ซึ่งดูเหนื่อยแบบไม่จำเป็น การรู้วิธีเปลี่ยนธุรกิจเจ้าของคนเดียวสู่ทีมบริหารจึงเป็นกระบวนการที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพและมองเห็นแนวโน้มการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต ไม่ว่าเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่มีจุดเริ่มต้นแบบไหน ก็สามารถนำแนวทางเหล่านี้ปรับใช้ได้
A: ไม่มีข้อกำหนดตายตัว หากเจ้าของธุรกิจเริ่มไม่มีเวลาทำงานเชิงกลยุทธ์ ต้องทำทุกอย่างเอง นั่นคือสัญญาณว่าควรเริ่มวางระบบและสร้างทีมบริหาร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
A: การมอบหมายงานคือการกำหนดเป้าหมาย ขอบเขตความรับผิดชอบ และอำนาจในการตัดสินใจ พร้อมติดตามผลเป็นระยะ ขณะที่การโยนงานคือการส่งต่องานโดยไม่มีแนวทางหรือทรัพยากรที่เพียงพอ จึงมักเกิดความผิดพลาด
A: ธุรกิจขยายตัวยาก เพราะทุกงานต้องรอการอนุมัติ ทีมงานไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ เจ้าของไม่มีเวลาโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ การขยายตลาด และการพัฒนาธุรกิจ พลาดโอกาสการเติบโตระยะยาว